ชีวิตก็เหมือนการขี่จักรยานคุณต้องปั่นไป เรื่อยๆเพื่อรักษาสมดุลเอาไว้alเบerร์ ไสไตนอึ้งชีวิตบ้านปลายดาราดังอาศัยห้อง เช่าเพียงลำพังแถมใช้แค่จักรยานคันเดียว เท่านั้นเป็นอีกหนึ่งนักแสดงฝีมือชั้นครู ของวงการบันเทิงไทยที่เล่นได้ทุกบทบาท เป็นพ่อเป็นครูเป็นตำรวจเป็นคนร้ายเป็น พระเอกพระรองเป็นตัวประกอบตัวสมทบกระทั่ง เป็นกะเทยแถมยังเป็นนักภาคเสียงเพราะอีก ด้วยมีผลงานโด่งดังทั้งจงเงินและจอแก้ว ใครจะเชื่อว่าดาราที่อยู่ในวงการมานาน กว่า 40 ปีท่านนี้จะมีบ้านปลายชีวิตที่ ต้องอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆเพียงลำพัง
แถมไปไหนมาไหนใช้แค่จักรยานคันเดียวเท่า นั้นนี่คือเรื่องราวของสุเชาพงษ์วิไลนัก แสดงหน้าแขกหนวดเข้มผู้มีผลงานฝากฝากไว้ ในวงการบันเทิงมามากมาย สุเชาพงษ์วิไลมีชื่อเล่นว่าเชาเกิดเมื่อ วันที่ 19 มกราคม 2489 ที่อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรีเป็นลูกคนโตของคุณพ่อ ประสงค์กับคุณแม่เชื่อมพงษ์วิไลเขามีพี่ น้อง 7 คนคุณพ่อคุณแม่มีอาชีพค้าขายโดย สุเชาเล่าว่าเขาไม่ได้เป็นไทยแท้เพราะมี คุณทวดเป็นแขกตอนเข้าวงการใหม่ๆคือราวปี 2520 อายุ 31 ปีเขามีน้ำหนักอยู่ที่ 64 กกัส่วนสูงกำลังดูดีคืออยู่ที่ 171 ซม.
สุช.พงษวิไลเริ่มเรียนที่โรงเรียน ประถมศึกษาประจำอำเภอบ้านหมี่จบแล้วไป เรียนต่อที่ชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียน บ้านหมี่ปานขาวลพบุรีจนจบชั้นมศ. 3 จาก นั้นได้มาต่อที่โรงเรียนอำนวยศิลป กรุงเทพมหานครแผนกวิชาวิทยาศาสตร์จนจบ ชั้นม. 8 แล้วไปต่อที่วิทยาลัยวิชาการก่อ สร้างในแผนกสถาปัตย์ซึ่งวิทยาลัยวิชาการ ก่อสร้างปัจจุบันคือสถาบันเทคโนโลยีพระ จอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกกระบังจนได้รับ อนุปริญญาพอสุเชาเรียนจบแล้วก็ได้เข้าทำ งานที่บริษัทอิตาเลียนไทยเป็นช่างก่อ สร้างตำแหน่งฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์นานอยู่ ถึง 2 ปีเต็มก่อนจะลาออกมาเพื่อไปทำงาน
ประจำที่การไฟฟ้านครหลวงเขตวัดเรียบใน ตำแหน่งนายตรวจงานผู้ประมาณราคาและ ประชาสัมพันธ์ซึ่งตอนเริ่มแสดงหนังแล้ว สุเชาก็ยังคงทำงานอยู่ที่การไฟฟ้าโดยให้ เวลาถ่ายหนังเฉพาะวันหยุดเพราะสุเชามี เพื่อนทำงานอยู่ที่ช่อง 4 บางขุนพรหมเขา เลยได้มีโอกาสพบกับสะอาดเปี่ยมพงศาลนัก แสดงชื่อดังประจำช่อง 4 พอรู้จักกับดารา ชื่อดังได้ไม่นานสะอาดเปี่ยมพงศาลก็ได้ ชักชวนให้สุเชามาแสดงละครทีวีเรื่องหนี ไม่พ้นโดยเล่นประกบกับรจนานามวงศ์น้องสาว คนสวยของอรัญญานามวงศ์ดาราสาวชื่อดังละคร เรื่องนี้ออกอากาศที่จังหวัดลำปางสะอาด เปี่ยมพงศาลจึงถือว่าเป็นครูสอนการแสดงคน
แรกของสุเชาพงษ์วิไลนอกจากนี้ในเวลาต่อมา บุคคลที่สุเชานับถือเป็นครูการแสดงยังมี อีก 3 คนด้วยกันคืออาจารย์มัทธนีรัตนินท นักเขียนบทละครผู้กำกับการแสดงและผู้ อำนวยการสร้างในยุคนั้นส่วนครูคนต่อมาก็ คือฉลองศิสถียรนักแสดงผู้มีชื่อเสียงใน ละครเวทีช่วงหลังสงครามมหาเอเชียบูรพาจน ถึงยุคจอแก้วทางไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม และครูการแสดงคนสุดท้ายของสุชาพงษ์วิไลก็ คือพิสารอัครเสรณีพระเอกและผู้กำกับจอม ซาดิตคนนั้นนอกจากเรื่องนี้ไม่พ้นซึ่ง เป็นละครทีวีเรื่องแรกของเขาสุเชายังมี โอกาสได้แสดงละครทีวีที่ลำปางติดต่อกัน อีกหลายเรื่องจนกระทั่งได้แสดงละครเวที
ที่ธรรมศาสตร์ซึ่งเป็นละครการกุศลของ อาจารย์มัทธนีรัตนินทเรื่องอันตรนีโดย สุเชาเป็นคนไปสมัครแสดงด้วยตัวเองและผ่าน การทดสอบจนได้ร่วมแสดงละครเวทีในที่สุด ละครเวทีการกุศลเรื่องอันตรายขั้นนี้แสดง ถึง 20 กว่ารอบและมีการบันทึกเทปมาออก อากาศทางทีวีช่อง 5 ด้วยและไพจิตสุภวารี นักปั้นมือทองได้ไปเห็นเข้าจึงชวนสุเชาไป พบกับพันคำหรือพร้อมศิลศรีบุญเรืองเจ้า ของศรีบุญเรืองฟิล์มและผู้กำกับผู้สร้าง หนังชื่อดังในที่สุดพันคำก็ได้ให้สุเชา พรหงวิไลแสดงหนังประเดิมเรื่องแรกคือ เรื่องกิเลสคนปี 2520 มีสมบัติเมธนีกับ พิสมัยวิลัยศักดิ์แสดงนำในเรื่องที่ 2
คือสวัสดีคุณครูปี 2520 20 พันคำให้ สุชาพงษ์วิไลเป็นพระเอกเต็มตัวเรื่องนี้ เป็นหนังแจ้งเกิดของนางเอกหน้าใหม่คือ จารุณีสุขสวัสดิ์หนังที่สุเชาได้เป็นพระ เอกหรือเป็นตัวเอกมีอีกหลายเรื่องเช่นโรง เรียนดงนักเลงปี 2521 เรื่องสยิวและ เรื่องเทพธิดาบา 21 ก็อยู่ในปี 2521 เช่น กันในเรื่องนี้สุชาได้รับบทเอกคู่กับนาง เอกจันทราชยนามเป็นบทเอกที่เป็นตัวร้าย ภายหลังสุเชาพงษ์วิไลมีผลงานละครโทรทัศน์ มากมายใหม่และได้รับรางวัลเมฆขลาสาขานัก แสดงภาพยนตโทรฮั์ดีเด่นจากเรื่องขุนศึกปี 2523 ผลงานของศักกะจารุจินดา สุเชาพงษ์วิไลเคยได้รับรางวัลสุพรรณหงษ์
เงินดาราบูยอดเยี่ยมจากเรื่องชาย 3 โบสถ์ ปี 2524 ด้านชีวิตส่วนตัวสุเชาพงษ์วิไลสมรสกับ เอื้อมพรหรือกิ๊บเทพหัสดินณุธยาทั้งสอง แต่งงานกันเงียบๆในปี 2523 มีเพียงเพียง ญาติกับเพื่อนสนิทเท่านั้นที่มาร่วมงาน ทั้ง 2 คนทำงานที่เดียวกันคือที่การไฟฟ้า นครหลวงเขตวัดเลียบที่สุเชาทำหน้าที่ ประชาสัมพันธ์อยู่จึงได้พบกันและคบหาดูใจ กันมาตั้งแต่ประมาณปี 2518 จนกระทั่งมี พิธีมั่นกันในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2522มีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คนคือเอ๊ะนิฐา พงษ์วิไล >> และอีกคนไม่ปรากฏชื่อ >> หลังจากเลิกลากันไปไม่นานทั้งสองก็ได้ แบ่งลูกกันไปเลี้ยงคนโตอยู่กับพ่อคนเล็ก
อยู่กับแม่แต่สุดท้ายด้วยความเข้มงวดของ อดีตภรรยาจึงได้นำลูกคนเล็ก >> มาให้[เพลง]สุเฉ่าเลี้ยงเขาจึงกลายเป็น พ่อเลี้ยงเดียวมานับแต่บัดนั้นนับแต่ปี 2520 เป็นต้นมาสุเชาพงศ์วิไลดเล่นในวง การบันเทิงมานานกว่า 40 ปีมีผลงานไม่ต่ำ กว่า 100 เรื่องซึ่งหากจะเป็นคนอื่นก็คง จะอยู่บ้านหลังใหญ่โตขับรถหรูหราเพราะมี รายได้เป็นจำนวนมากแต่ไม่ใช่สำหรับสุเชา พงษ์วิไล เพราะตั้งแต่เลิกรากับภรรยาไปและทำหน้า ที่เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวลูกสาว 2 คน ปัจจุบัน เขาใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังแบบคนโสดอยากไป ไหนก็ไปโดยอาศัยอยู่ในห้องเช่าที่อยู่มา ตั้งแต่อายุ 30 กว่าๆด้วยเหตุผลว่ามีความ
สะดวกสบายเนื่องจากตั้งอยู่ในเมืองไปไหน มาไหนก็ง่ายเรียกว่าพออายุมากขึ้นก็อยาก อยู่กับที่ไม่ชอบย้ายไปไหนมาไหนเป็น [เพลง]คนติดที่ง่าย[เสียงกระแอม]ๆธรรมดา ไม่ต้องหวือหวาโดยเฉพาะพาหนะที่ใช้ก็จะ เป็นจักรยานคู่ใจคันเดียวเท่านั้น แค่นี้ก็รู้สึกว่าพอแล้วสำหรับชีวิตนี้ ไม่ขออะไรมากไปกว่านี้แล้ว สุเชาพงษ์วิไลขอให้มีความสุขมากมายครับ
