ด่วน! เอาแล้ว! กรรมสนองทันตา กกต.โดนฟ้อง 2 มาตรฐาน รีบเร่งยุบก้าวไกล-ไม่ยุบภูมิใจไทย

กลับมาติดตามข่าวด่วนการเมืองครับกกตสงาน เข้าเจอฟ้อง 2 มาตรฐานรีบเร่งยุบพรรคก้าว ไกลไม่ยุบภูมิใจ ไทยผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมาศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบกลางอ่านคำสั่งในคดีที่เรือ เอกยอยยักษ์เป็นโจทย์ยื่นฟ้องคณะกรรมการ การเลือกตั้งหรือกกตทั้ง 6 คนและ เลขาธิการกกตรวม 7 คนเป็นคดีอาญาหมายเลข ดำที่ออ่างททหาร 58/26 7 ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 พรปว่าด้วยคณะ กรรมการการเลือกตั้งพ.
ศ 2560 มาตรา 69 พรปว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ 2560 พรปว่าด้วยการเลือกตั้งส.สพ.ศ 2561 มาตรา 149 พรปว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตพ.ศ 2561 มาตรา 172 โดยโจทย์ฟ้องว่าโจทย์เป็นสมาชิกพรรค ก้าวไกลคนหนึ่งจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งจำเลยทั้ง 6 ที่เป็นกกตและจำเลยที่ 7 ที่เป็นเลขาธิการกกตปฏิบัติหรือละเว้นการ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบระหว่างวันที่ 17 มกราคมถึง 18 มีนาคม 2567 โดยร่วมกันกระทำความผิดหลายกรรม ต่างกันสืบเนื่องมาจากศาลรัฐธรรมนูญได้มี คำวินิจฉัยที่ 1/256 7 ในคดีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตาม
รัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบรัฐมนตรีคมนาคมสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 1 ง 5 ประกอบมาตรา 187 หรือไม่และจำเลยทั้งหมด ทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วแต่ ไม่ดำเนินการยื่นคำร้องขอต่อศาล รัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยยุบพรรคภูมิใจไทย และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคตามพรปว่า ด้วยพรรคการเมืองพ.
ศ 2560 มาตรา 92 โดย โจทย์ได้ทำหนังสือและส่งหนังสือฉบับหนึ่ง ส่งถึงเลขาธิการกกตและกกตขอให้พิจารณา ยื่นคำร้องขอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรค ภูมิใจไทยและเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือก ตั้งกรรมการบริหารพรรคตามกฎหมายดังกล่าว แต่จำเลยทั้งหมดซึ่งได้ทราบความประสงค์ ของโจทย์แล้วกลับเพิกเฉยการกระทำของจำเลย ทั้งหมดจึงมีเจตนาร่วมกันปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบไม่
ดำเนินการกับพรรคภูมิใจไทยตามหน้าที่และ อำนาจของตนพฤติการดังกล่าวมีลักษณะเป็น การประวิงคดีให้เนิ่นช้าเกินสมควรไม่ได้ ดำเนินการใดๆตามอำนาจและหน้าที่ของพวพวก ตนตามกฎหมายที่จะดำเนินการรวบรวมพยานหลัก
ฐานที่เกี่ยวข้องและยื่นคำร้องต่อศาล รัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคภูมิใจไทยและตัด สิทธิ์กรรมการบริหารพรรคตามพรปว่าด้วย พรรคการเมืองพ.ศ 2560 มาตรา 2 แสดงให้ เห็นว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกันปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือเพิก เฉยทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณี ของนายศักดิ์สยามเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2567 ก่อนกรณีของนายพิธาและพรรคก้าวไกล ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไปเมื่อวัน ที่ 31 มกราคม 2567 จึงเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างเห็น ได้ชัดนอกจากนี้การกระทำกรรมที่ 2 เมื่อ ระหว่างวันที่ 31 มกราคม
2567 เวลากลางวันต่อเนื่องถึงประมาณวัน ที่ 18 มีนาคม 2567 จำเลยทั้งหมดซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน ของรัฐและกระทำการในฐานะเจ้าพนักงานของ รัฐมีเจตนาร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเนื่องจากวันที่ 31 มกราคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 3/2556 7 กรณีของนายธธงผู้ร้องได้ยื่น คำร้องขอต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ศาล รัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 49 ของ รัฐธรรมนูญว่าการกระทำของนายพิธาลิ้มเชริ รัผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกลผู้ถูก ร้องที่ 2 ที่เสนอพรบแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นหนึ่ง ในนโยบายหาเสียงเลือกตั้งส.สเป็นการเลือก
ตั้งทั่วไปพ.ศ 2566 ของพรรคก้าวไกลว่า เป็นการใช้สิทธิ์หรือเสรีภาพเพื่อล้มล้าง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระ มหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามมาตรา 49 วรรค 1 ของรัฐธรรมนูญพ.ศ 2560 หรือหรือ ไม่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยแล้วว่าการกระทำของผู้ถูกร้อง ทั้งสองเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อ ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรค 1 ต่อมาในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 นายรเรือในฐานะประชาชนและสมาชิก พรรคพพาลได้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานของ จำเลยมีเจตนาให้จำเลยส่งเรื่องไปยังศาล
รัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคเหตุเพราะ กระทำการฝ่าฝืนพรปว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ 2560 มาตรา 92 วรรค 1 บ 1 และงบ 2 และ ต่อมาในวันที่ 12 กรกฎาคม 2566 นายธธงได้ไปยื่นคำร้องที่สำนักงาน ตัวแทนของจำเลยโดยมีเจตนาเดียวกันกับนายร เรือซึ่งในวันที่ 12 มีนาคม 2500 67 จำเลยที่ 1-6 มีเจตนาร่วมกันโดยลงมติเป็น เอกฉันท์ให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิ์ กรรมการบริหารพรรคและได้มอบหมายให้จำเลย ที่ 7 ในฐานะเลขากกตโดยไม่โต้แย้งหรือคัด ค้านจึงถือว่ามีเจตนาร่วมกันปฏิบัติหรือ
ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับ จำเลยที่ 1-6 และเป็นผู้ไปยื่นคำร้องขอ ต่อศาลรัฐธรรมนูญการดำเนินการยื่นคำร้อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญของจเลยทั้ง 7 เป็นไป อย่างเร่งรีบขาดความรอบคอบและเป็นพิรุธทำ ให้จนถึงวันที่โจทย์ยื่นฟ้องคดีนี้ศาล รัฐธรรมนูญยังไม่มีคำสั่งหรือมติรับคำ ร้องของจำเลยไว้พิจารณาแต่อย่างใดการ กระทำดังกล่าวของจำเลยจึงไม่มีความสุจริต และโปร่งใสเที่ยงธรรมเป็นการปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้ผู้ หนึ่งผู้ใดคือโจทย์หรือสมาชิกพรรคก้าวไกล คนอื่นๆได้รับความเสียหายการกระทำของ จำเลยเป็นความผิดตามกฎหมายทั้งนี้ศาลอาญา
คดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางรับคดีไว้ เพื่อตรวจคำฟ้องและให้นัดฟังคำสั่งหรือคำ พิพากษาในวันที่ 9 เมษายนเวลา 9:30 นทั้ง นี้จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่พิจารณา คำร้องยุบพรรคก้าวไกลเนื่องจากมีเอกสาร บางรายการที่กกตส่งไปไม่ชัดเจนและมีคำ สั่งให้กกตส่งเอกสารที่ชัดเจนให้กับศาล รัฐธรรมนูญภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันได้ รับหนังสือแจ้งและกกตระบุว่าเอกสารดัง กล่าวเป็นเอกสารประกอบคำร้องยุคพรคก้าว ไกลที่นายเรืองไกรลีกิจวัฒนะยื่นร้องต่อ กกตนั้นมีรายงานว่ากกตได้ส่งเอกสารฉบับ ที่ชัดเจนไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้วโดย เอกสารที่ไม่ชัดเจนดังกล่าวเป็นเอกสาร
พรรคก้าวไกลฉบับลงวันที่ 25 มีนาคม 64 ที่ 44 สสพรรคก้าวไกลลงชื่อยื่นต่อประธาน สภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างพ.ร.บแก้ไขเพิ่ม เติมประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่พ.ศแก้ไข เกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาทซึ่งสำนัก งานกกตได้ประสานไปยังสำนักเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎรขอคัดถ่ายเอกสารและได้เอกสาร เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมางานนี้ต้องจับ ตาอย่างใกล้ชิดว่ากกตจะเจอฟ้อง 2 มาตรฐาน จริงหรือไม่ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ thanakit dcom อย่าลืมกดไลก์กดติดตาม และกดแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าวสารการ เมืองของเรานะครับขอขอบคุณสำหรับการรับชม อย่าลืมกดไลคกดติดตามและกดแจ้งเตือนเพื่อ
ไม่พลาดข่าวสารของเรานะ ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *