ปี 2503 นำดีวิตะแมวมองนักปั้นมือทองและ ผู้สร้างหนังยุคหนัง 16 มม.ได้ไปเจอเด็ก หนุ่มจอมนักล่ามคนหนึ่งเข้าเลยชักชวนเข้า สู่วงการประเดิมด้วยการเล่นละครโทรทัศน์ และร้องเพลงก่อนพาเด็กหนุ่มอารมณ์ดีคนนี้ ไปพบกับผู้หญิงคนหนึ่งผู้เป็นทั้งนักแสดง และผู้สร้างหนังชื่อดังวันนั้นเด็กหนุ่ม คนนี้เป็นคนขับรถโดยมีเจ้าของรถคือนำ ดีวิตะนั่งมาในเบาะข้างๆด้วยพอรถจอดสนิท ภายในบริเวณบ้านของบุคคลที่พวกเขาต้องการ เข้ามาพบขณะที่เด็กหนุ่มคนนี้กำลังจะลงรถ เขาได้ทำที่เปิดประตูรถหักตามแรงนักเพาะ กายอย่างเขาจนต้องพาตัวเองปีนออกมาจาก
ประตูรถภาพที่ดูไม่เรียบร้อยนักของเขามิ อาจเล็ดลอดสายตาของเจ้าของบ้านที่มองกัน ลงมาจากชั้นบนได้ดาราสาวและสามีที่เป็น เจ้าของค่ายหนังทันทีที่เห็นภาพกิริยา อาการอันไม่สำรวมของ[เพลง]อาคันตุกะดารา สาวและสามีที่เป็นเจ้าของค่ายหนังถึงกับ มีอคติไม่อยากรับเด็กหนุ่มคนนี้มาร่วมงาน ด้วยเพราะดูท่าทางแล้วราวกับจิ๊กโก๋ดูขัด ตายิ่งนักแต่พอเขาสามารถเล่นกับไอ้เอี้ยง นกจอมพยศที่แม้กับสามีของเธอก็ไม่สามารถ ที่จะเข้าใกล้ได้ที่ดาราสาวเลี้ยงไว้ได้ อย่างสนิทสนม[เพลง]ราวกับว่ารู้จักคุ้น เคยกับเจ้าเอี้ยงมานานอักโขเท่านั้นเอง เธอกับสามีก็ไม่ได้รีรอรับเขาเข้าเป็นพระ
เอกสังกัดค่ายหนังตัวเองทันทีหนุ่มนัก ล่ามหน้าตาทะเลอารมณ์ดีวัย 23 ปีคนนี้ก็ คือสมบัติมีนีส่วนสามีดาราสาวตาคมผู้ [เสียงกระแอม]ซึ่งเป็นทั้งผู้กำกับการ แสดงและเจ้าของค่ายหนังกมลศิลภาพยนตร์ก็ คือน้อยกมลวาทินและดารานักแสดงสาวฉายา ราชินีนักบู๊จอเงินคนนี้[เพลง]ก็คือ รัตนาภรอินทรกำแหง สมบัติเมธานีเล่นหนังเรื่องแรกคือเรื่อง รุงเพชรในปี 2503 หนัง 16 มม.
เรื่องนี้ รัตนาภรอินทรกำแหงคือนางเอกคนแรกของพระ เอกตลอดกาลผู้เพิ่งล่วงลับไปเมื่อไม่นาน มานี้นี่เองรุงเพชรกำกับการแสดงโดยน้อย กมลวาทินเป็นหนังของค่ายกมลศิลป์ภาพยนตร์ เข้าฉาย 30 พฤศจิกายน 2504 ที่โรงหนัง เอมไพร์หนังประสบความสำเร็จท่วมทนจน สมบัติเมธนีได้ร่วมงานกับค่ายกมลศิลป์ ภาพยนตร์อีก 4 เรื่องด้วยกันคือเรื่อง สกาวเดือนสิงสั่งป่าสมิงขาวและงามงอนจึง กล่าวได้ว่ารัตนาภรอินทรกำแหงไม่มีเธอคน นี้สมบัติเมธนีอาจไม่ได้แจ้งเกิดในวงการ หนังไทย รัตนาภรอินทรกำแหงมีชื่อเล่นว่าแดงมีชื่อ จริงว่ารัตนาภรอินทรกำแหงณราชสีมาเกิด เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2473
บางแหล่งข้อมูลบอกว่าเกิดในปี 2475 เป็น บุตรคนที่ 2 จากจำนวน 5 คนของพันโทผัน อินทรกำแหงณสีมากับชื้นอินทรกำแหงณสีมา เธอเป็นผู้สืบสายสกุลณสีมาชั้น 8 สายของ พระญาภักดีสงครามเจ้าเมืองนางรองและชั้น 7 สายของเจ้าพระยานครราชสีมาทองอินทร์ณสีมา เรียกได้ว่าแดงรัตนาภรณ์เธอเกิดในตระกูล ที่ไม่ธรรมดาในวัยเด็กนั้นแดงรัตนาภรต้อง ย้ายโรงเรียนบ่อยๆตามบิดาซึ่งรับราชการ ทหารไปประจำตามหัวเมืองต่างๆเธอเคยศึกษา ที่โรงเรียนสภาราชินีจังหวัดตรังก่อนจะมา จบการศึกษาจากโรงเรียนสายปัญญาอันเป็นโรง เรียนหญิงล้วนปี 2493 อายุ 18 ปีแดงรัตนาภรณ์เข้าร่วมประกวดนาง
สาวไทยครั้งที่ 9 ปีนั้นผู้ที่ได้รับ ตำแหน่งนางสาวไทยก็คืออัมพรบุรักษ์ส่วน แดงรัตนาภรณ์นั้นไม่ได้รับรางวัลใดๆแต่ เวทีนี้นี่เองที่ทำให้เธอได้รู้จักกับนัก เขียนชื่อดังเจ้าของนามปากกาอิงอรนั่นก็ คือศักดิเกษมหุคมนักเขียนเจ้าของฉายานัก เขียนปลายปากกาจุ่มน้ำผึ้งผู้นี้ได้ชัก ชวนแดงรัตนาภรเข้าสู่วงการบันเทิงประเดิม เล่นหนังเรื่องแรกที่เป็นบทประพันธ์ของ เขาเองคือเรื่องนิทราสายันต์หนังดราม่า โรแมนติกเรื่องนิทราสายันต์ปี 2493 เป็นหนังเรื่องแรกของแดงรัตนาภร อินทรกำแหงเธอรับบทนางรองในบทที่มีชื่อ ว่าเอื้อเพิ่มพรสมบัติคงจำเนียนเป็นพระ
เอกจรรยา[เพลง]พันทรัพย์เป็นนางเอกหนัง 16 มม.ภาคสดเรื่องนี้เข้าฉายเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2493 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุงผลปรากฏว่าหนัง ประสบ[เพลง]ความสำเร็จอย่างงามทำรายได้ เกือบล้านบาทสูงเป็นประวัติการด้วยแรง โด่งดังจากหนังเรื่องนิทราสายันต์ส่งผล ให้แดงรัตนาภรณได้รับการติดต่อให้ไปเล่น หนังอีกหลายเรื่องแต่นางเอกสาวไฝเสน่ห์ จากตระกูลดังคนนี้กลับเลือกไปทำอาชีพที่ ทุกคนไม่คาดคิดนั่นก็คือ[เสียงกระแอม]เธอ ไปเป็นครูสอนหนังสือที่โรงเรียนธิดา อนุเคราะห์จังหวัดสงขลานานร่วมปีท่ามกลาง ความแปลกใจของทุกคนในครอบครัวปี 2496 อายุ 21 ปีแม่พิมพ์ของชาติคนนี้ได้หวน
กลับสู่วงการบันเทิงอีกครั้งโดยเล่นหนัง เรื่องทาสรักซึ่งเป็นหนังที่กำกับเรื่อง แรกของผู้กำกับชายาเสือปืนใบรังสี ทัศนพยัคฆ์ก่อนจะกลายมาเป็นผู้กำกับชื่อ ดังของวงการหนังไทยเรื่องนี้แดงรัตนาภร เล่นคู่กับพระเอกสมบัติคงจำเนียนและในปี 2400 6 เช่นกันหนังพลิกชีวิตของแดงรัตนาภร อินทรกำแหงไปตลอดกาลก็คือเรื่องวณิดาเป็น หนังจากค่ายยักษ์ระโบภาพยนตร์เธอรับบท เป็นวณิดาสาวแก่นเซี้ยวประกบกับพระเอกนัก ภาคหม่อมหลวงรุจิราอิสรางกุลณอยุธยา เรื่องนี้ดังเปรี้ยงประสบความสำเร็จอย่าง สูงแดงรัตนาภรณ์กลายเป็นนางเอกยอดนิยมนับ แต่บัดนั้นมีผลงานหนังตามมาอีกมากมายโดย
สรุปแล้วตั้งแต่ปี 2493 ถึงปี 2540 48 ปีที่อยู่ในวงการบันเทิง แดงรัตนาภรณเล่นหนัง[เพลง]ไปเกือบ 200 เรื่องโดยเรื่องสุดท้ายปี 2540 คือหนัง เรื่องเพื่อนเพื่อฝันเพื่อวันเกียรติยศ นอกจากหนังแล้วเธอยังมีผลงานละครโทรทัศน์ อีกมากกว่า 100 เรื่องและเป็นทั้งผู้จัด ละครอีกด้วยแดงรัตนาภรเคยให้สัมภาษณ์ว่า มีเพื่อนนักแสดงที่เข้าวงการและเรียกกัน ก็คือตัวเธอเองเข้าวงการปี2493ี ผกาเข้าวงการปีเดียวกันเพื่อนคนต่อมาก็ คือวิไลวัวัฒนพาณิชย์เข้าวงการปี 2492 เป็นตัวประกอบเล็กๆก่อนเธอคนนี้จะมาดัง เปรี้ยงปร่างในเรื่องสาวเครือฟ้าปี 2496
นักแสดงทั้ง 3 สาวนี้มีสวลีภกาันธ์โด่ง ดังกว่าใครเพื่อนเพราะเป็นนักร้องมาก่อน มีฐานแฟนเพลงติดตามมาเยอะวิไลวัน วัฒนพาณิชย์คนนี้เล่นหนังมาก่อนคนอื่นก็ จริงแต่ก็รับบทไม่ตรงตัวสักทีจึงมาดังเอา ตอนหลังส่วนรุ่นก่อนหน้าเธอทั้ง 3 คนก็ คือสุพรรณบรณพิมซึ่งเข้าวงการก่อนหน้า เล็กน้อยแดงรัตนาภรเล่าว่าอมราอัสวนนท์มา ทีหลังเป็นสาวสมัยใหม่มาจากเวทีนางงามป้า แดงบอกว่าตัวเองมีนิสัยคล้ายผู้ชายจะแก่น เสียวกวนซ่าก๋ากลั่นทโมนไม่กลัวใครเป็นคน ไม่ค่อยเรียบร้อยกระโดดกระเดกจึงชอบเล่น หนังบทแก่นเซี้ยวหรือบทบู๊มากกว่าเคยเล่น บทชีวิตบทดราม่าบทเสียน้ำตาสร้างความอึด
อัดและทรมานเหลือเกินวิลัยวันวัฒนพาณิชย์ ป้าแดงเล่าถึงเพื่อนดาราคนนี้ว่าดาราเจ้า น้ำตาคนนี้ชีวิตจริงนั้นเช่าชู้สุดๆถึง ขนาดป้าแดงเคยแซวเพื่อนว่าแม่คุณเอ้ยเบาๆ หน่อยนะเรื่องเสน่ห์น่ะป้าแดงรัตนาภรเล่า ถึงสาวสมัยใหม่อย่างป้าอมราอัศวนท์ว่า อมราเป็นคนสวยเป็นนางงามเหมาะกับหนังรัก หน้าลูกครึ่งสวยเลยแหละพูดเก่งมากมี เรื่องคุยเรื่องเมาเยอะแยะบางเรื่องเรา ฟังเขาพูดยังอึ้งเลยออกแนวทะลึ่งๆแต่น่า รักดีนะเขาน่ารักเหมือนสาวสมัยใหม่เข้าใจ เขาตรงนี้วิลวันวัฒนพาณิชย์ในหนังดูน่า สงสารแต่ตัวจริงเจ้าชูมากแดงรัตนาภรณ์ใน หนังแก่นเซี้ยวแต่ตัวจริงน่ะเป็นคนขี้อาย
ส่วนอมรานั้นในหนังพูดน้อยหงิมติ๋มๆแต่ ตัวจริงแล้วก็เมาเก่งเหลือเกินแดงรัตนาภร อินทรกำแหงได้รับรางวัลตุ๊กตาเงินผู้แสดง บทต่างใวัยได้ยอดเยี่ยมจากหนังเรื่องพ่อ จ๋าปี 2500 และได้รับรางวัลตุ๊กตาทองนัก แสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่องไอ้แก่นปี 250 ในยุคมิตรเพชรราแดงรัตนาภรณ์โด่งดังมาจาก การรับบทเป็นแม่ในหนังไทยมากมายหลาย เรื่องสมรสกับน้อยกมลวาทินผู้กำกับผู้ อำนวยการสร้างหนังชื่อดังเจ้าของบริษัท กมลศิลปภาพยนตร์ต่อมาอย่าขาดจากกันแต่ก็ ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเรื่อยมาและแล้ว วันที่ 5 กรกฎาคม 2549 ป้าแดงรัตนาภรอินทรกำแหงได้จากพวกเราไป
ด้วยโรคแทรกแซ้อนทั้งโรคหัวใจความดัน โลหิตสูงโรคภูมิแพ้หลังจากพักรักษาตัว ด้วยโรคมะเร็งกรวยไตเรื้อรังยาวนาน[เพลง] ถึง 6 ปีสิริอายุ 74 ปีมีพิธีพระราชทาน เพลิงศพณวัดสระเกตราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายกรุงเทพมหานคร[เพลง] 69 Stories ขอกราบคาบาตาลัยมาณที่นี้ ด้วยครับ
